เมื่อนามิ...on diet
posted on 25 Oct 2011 21:22 by nami555
ไม่ได้ขายผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก
ไม่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์อะไร
...แต่เขียนไว้...
คอยเตือนสติตัวเอง
ว่าอย่าตามใจปาก อย่าคิดว่าเป็นมนุษย์พิเศษที่กินเท่าไหร่ๆไม่อ้วน
เหมือนคำพูดติดปากน้องๆที่ทำงานเก่าว่า
“โหวววว มาม่าสามซอง...ลูกชิ้นสิบไม้”
เท้าความเดิมตอนสาวๆ...น้ำหนัก 44 Kg.
• เป็นเด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เจ้ายังด้อยเร่งศึกษา >>> จากหลักการทางวิทยาศาสตร์ เมื่ออายุน้อยๆ ร่างกายสามารถรับพลังงานจากสารอาหารได้มากกว่าวัยผู้ใหญ่ และวัยชรา นั่นคือ ราวๆ 2200 Cal / Day ดังนั้น ตอนนี้ฉันจึงเข้าใจแล้วว่า สมัยเป็นสาวน้อย ใยข้าจึงสามารถกินมาม่าสามซอง ลูกชิ้นสิบไม้ได้อย่างไม่ยี่หระ
• ด้วยกิจวัตรประจำวันที่รีบเร่ง กินข้าววันละสองมื้อ ทำงานวันละเก้าชั่วโมง และส่วนใหญ่ต้องยืนตลอด เลิกงานสี่ทุ่ม เล่นเกมส์ห้าทุ่ม กว่าจะนอนก็ตีหนึ่งตีสอง บัดนี้ฉันเข้าใจแล้ว ไยฉันจึงไม่อ้วน
เผชิญหน้ากับความอ้วนภายในเวลาสามสี่เดือน....น้ำหนัก 50 Kg.
• หลังแต่งงาน ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป กินข้าวสามมื้อ ทำงานอิสระ กินตอนไหนก็ได้ นอนไม่ดึกเนื่องจากหักดิบเกมส์ทุกชนิด อยู่ในดินแดนแห่งขนมไทย...ม่างงงอยากลองทุกอย่าง แม่สามีชวนกินตลอดเวลาและทำกับข้าวอร่อย และฉันก็กลายร่างเป็นผู้หญิงไซส์แอล ณ.บัดนั้น
ที่มาของแนวคิดลดความอ้วนโดยวิธีนามิ...
• ถูกทำร้ายจิตใจด้วยประโยคต่างต่างนานา ของคนรอบข้าง เช่น
“แหม เดี๋ยวนี้ดูสมบูรณ์ขึ้นนะ”
“โหววว เดี๋ยวนี้ อ้วนหน้าใสเลยนะ”
...และ...
“มีน้องแล้วเหรอ...เห็นอ้วนๆอ่ะ”
• เวลาถ่ายรูปอัพเฟสแล้วรู้สึกไม่มั่นใจ ดูมัน...เต็มจอไปหมด
• ลูกค้าชอบแอบมองหน้า เปรียบเทียบกับรูปที่โชว์อยู่
• เสียดายกางเกงเก่าๆ ที่ชอบใส่มากๆ สมัยยังสาว เสียดาย ไม่อยากทิ้ง ไม่มีตังค์ซื้อใหม่
คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเริ่มต้น
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า วิธีที่ใช้ของเรานี่คือ วิธีควบคุมปริมาณแคลอรี่ในอาหารแต่ละวัน โดยใช้การคำนวณหาพลังงานที่ร่างกายต้องการ จากค่า BMR ที่แตกต่างกันในแต่ละคน
ก่อนหน้านี้ เคยแสวงหาสูตรต่างๆ สูตรสามวัน ห้าวัน เจ็ดวัน หรือสูตรพระราชทาน อะไรประมาณนั้น ซึ่งถ้าใครทำได้ คงดีมากๆ แต่เราเอง ไม่ไหวๆ ตายแน่ๆ นั่นคงเหมาะสำหรับคนที่ทั้งวันแทบไม่มีกิจกรรมอะไรมากกว่า
ตอนแรกที่ลองลดน้ำหนักนั้น ยังไม่รู้จักวิธีนี้เลย ไม่รู้แคลอร่ง แคลอรี่อะไรทั้งนั้น ใช้วิธีเป็ดๆ เรียบง่าย คือ การลดการกินอาหารทุกชนิดลงครึ่งหนึ่ง แต่ยังกินขนมหวาน ได้เมื่ออยาก แต่...เหลือครึ่งหนึ่งของที่เคยกิน
บางอารมณ์ก็ระเบิดได้บางมื้อ เช่น หมูกระทะ งั้นงี้ แต่หลังจากนั้น ก็หารครึ่งเหมือนเดิม กินอะไรเสร็จ แปรงฟันทันที ดื่มน้ำตามมากๆ กินวิตามินทีละเม็ด แล้วตามด้วยน้ำ ประมาณ 1 เดือน มาชั่งน้ำหนัก (ถ้าตาชั่งไม่พัง) รู้สึกน้ำหนักหายไปประมาณ 1 Kg. เลยเสิจเน็ท หาสูตรต่างๆ สามวัน ห้าวัน สูตรพระเทพ สูตรนางแบบ สูตร ภก.รวมพล (^ ^) อะไรก็ว่าไป แต่ละสูตรนะ...ถ้าทำได้..คงดีไม่น้อย แต่...ข้าพเจ้ามิบังอาจ กลัวค่ะ กลัว
.
เสิจไปเรื่อยๆ จนมาเจอวิธีนี้ล่ะค่ะ การควบคุมปริมาณแคลอรี่ในอาหาร
ไม่ยากค่ะ สามารถกินอะไรก็ได้ ไม่ต้องมา แอ็ปเปิ้ลหนึ่งลูก กาแฟดำ อะไร เพียงแต่อาจต้องคิดก่อนกิน และวิเคราะห์ทุกส่วนประกอบว่า มันมีกี่แคลอรี่ แต่สมัยนี้ต้องขอขอบคุณกูเกิ้ล ที่บันดาลทุกอย่างที่อยากรู้ ให้เราหาคำตอบกันง่ายๆ เสิจเลยค่ะ... เสิจเท่านั้น ว่า ข้าว 1 ทัพพี ก๋วยเตี๋ยวหมูสับ 1 ชาม ขนมต้ม 100 g. กล้วยหอม 1 ผล มี กี่แคลอรี่
.
คำถามต่อมาก็คือ แล้วจะรู้ได้ไง ว่าเราต้องการกี่แคลอรี่
พร่ามมาเยอะละ เข้าวิชาการกันดีกว่าค่ะ
.
การลดความอ้วนแบบวิธีควบคุมปริมาณแคลอรี่ในอาหาร
โดยความต้องการพลังงานของแต่ละคนจะต่างกันไป ขึ้นกับ อายุ เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก และกิจกรรมประจำวันของเรา
BMR :Basal Metabolic Rate เป็นปริมาณพลังงานพื้นฐานที่ร่างกายต้องการใช้ในขณะพัก
ซึ่งส่วนนี้เอง ที่จะแตกต่างกันในแต่ละคน
หรือจะให้เว็ปคำนวณให้ ที่ http://www.siamhealth.net/public_html/calculator/bmr.htm
Men BMR : 66 + (13.7 x weight in kg.) + (5 x height in cm.) - (6.8 x age)
Women BMR : 655 +(9.6 x weight in kg.) + (1.8 x height in cm.) - (4.7 x age)
.
แต่เนื่องจากว่า วันหนึ่งๆเราต้องเคลื่อนไหว ทำนั่นทำนี่ ดังนั้น
พลังงานที่ร่างกายเราต้องการใน 1วัน นั่นคือ ปริมาณพลังงานที่ควรได้รับจากอาหารในแต่ละวัน หรือ Total Daily Energy Expenditures. (TDEE)
TDEE = BMR x ตัวคูณของกิจกรรมประจำวัน ดังนี้
BMR x 1.2 : คนที่แทบจะไม่ได้ออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายเบาๆสุดๆ
BMR x 1.375. : คนที่ออกกำลังกายเบาๆ 1-3 ครั้ง /วีค
BMR x 1.55. : คนที่ออกกำลังกาย 3-5 ครั้ง/วีค
BMR x 1.725. : คนที่ออกกำลังกาย 6-7 ครั้ง/วีค
BMR x 1.9. : คนที่ออกกำลังกายหนักมากเช่น พวกนักกีฬา
ตอนนี้เราก็ได้ ค่า 2 ค่าแล้ว
เราก็สามารถคำนวณหาปริมาณพลังงานที่ควรได้รับ แทนค่าในสูตร
Daily calories = TDEE - พลังงานที่ต้องสลายออกต่อวัน
โดยเราต้องเข้าใจว่า
ไขมัน 1 ปอนด์ (0.45 kg.) ให้พลังงาน 3500 cal
ซึ่งเราต้องการสลายพลังงานหรือไขมันในส่วนนี้นั่นเอง
ดังนั้นเราต้องให้ร่างกายใช้พลังงาน หรือ สลายออกอยู่ 3500/7 = 500 cal /day
สรุปคือ ถ้าเราต้องการลดน้ำหนัก 0.45 kg/week. เราต้องลดปริมาณอาหาร 500 cal/day
.
ตัวอย่างของนามิ
เพศหญิง อายุ 30 สูง 154 cm. หนัก 50 kg. ไม่ออกกำลังกายและทำงานเบาๆ ต้องการลดน้ำหนักอาทิตย์ละ 0.5 kg. ต้องควบคุมแคลอรี่ต่อวันเหลือเท่าไหร่
BMR = 655 + (9.6x50) + (1.8x154)- (4.7x30)
BMR = 1271.20 cal
TDEE = 1.2 x BMR
TDEE = 1.2 x 1271.20
TDEE = 1525.44
จากไขมัน 0.45 kg. ใช้พลังงาน 3500 แคลอรี่
ถ้าไขมัน 0.50 โล. ต้องใช้พลังงาน (3500 x 0.5)/0.45 = 3888.89 cal
คิดเป็น 555.56 แคลอรี่/วัน
แล้วก็หาต่อว่า จะต้องกินเท่าไหร่ จาก
Daily calories = TDEE - พลังงานที่ต้องสลาย
= 1525.44 - 555.56
= 969.88
.
นั่นคือ นามิต้องควบคุมพลังงานจากอาหารที่ได้รับให้ได้วันละ 969.88 cal / day
โอ้วววว แล้วจะกินอะไรล่ะนั่น
เอาเป็นว่า สรุปแล้ว นามิควบคุมให้อยู่ในช่วง 1000 cal/day ละกันนะคะ
ลดช้าหน่อย แต่ไม่มีแนวโน้ววูบบบบบ คร่า (_ _”)
.
.